โอม.บุด.ดา.ไม.ตรี.มิน.โซ.ฮา.
ธิเบตเรียก จัม.ปา.โกน.โป จีนเรียก มีเล็กฮุก

ด้วยพุทธทำนายที่ว่าพุทธศาสนาในยุดปัจจุบันคือยุคพระศากยะมุนีพุทธเจ้ามีอายุ5000ปี เมื่อถึงปลายยุดสรรพสัตว์ตกอยู่ในห้วงทุกข์มหาศาลด้วยว่าได้หลงระเริงในวัฏฏะสงสาร พระธรรมคำสั่งสอนถูกลืมเลือนไปจนหมดสิ้น เมื่อเวลานั้นมาถึง พระศรีอริยเมตไตย ซึ่งขณะนี้ประทับอยู่ณ สวรรค์ชั้นดุสิต ก็จะลงมาบังเกิดเพื่อกระตุ้นเตือนสรรพสัตว์อย่าได้ละเลยในการปฏิบัติธรรมดังเช่นพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ได้ปฏิบัติมาแล้ว
ภาพพุทธลักษณะมีทั้งในปางพุทธเจ้าและในปางพระโพธิสัตว์ ในภาพทังกานี้เป็นปางพระโพธิสัตว์พระวรกายสีทอง บนเศียรมีเจดีย์ มืออยู่ในท่ามุทราหมุนธรรมจักร นั่งบนสิงหอาสน์พระบาทห้อยใต้พระบาทมีแท่นบัวรัศมีจันทร์ มีดอกไม้อยู่ด้านหลัง ดอกขวามีธรรมจักร บนดอกซ้ายมีกาน้ำอมฤตในวัดในประเทศธิเบตและจีนที่มีการสร้างพระประธานเป็นพระพุทธรูปสามองค์ ด้วยหมายถึงพระพุทธเจ้าแห่งอดีต ปัจจุบันและอนาคต ซึ่งองค์ทางขวามือคือองค์อมิตาภะพุทธเจ้ามีดอกบัวเป็นสัญลักษณ์คือพระพุทธเจ้าในอดีต องค์กลางก็คือองค์ศากยะมุนีพุทธเจ้ามีบาตรเป็นสัญลักษณ์ คือพระพุทธเจ้าในปัจจุบัน และองค์ทางซ้ายมือองค์พระศรีอริยะเมตไตยมีเจดีย์เป็นสัญลักษณ์ คือพระพุทธเจ้าในอนาคต

Maitreya
[The future and fifth human-Buddha], The Compassionate One
Posture of hands [Mudra]: dharmacakra [turning the wheel of law]
Symbol: kalasa [vase], cakra [wheel],
Body color: yellow or white
Emblem: naga pushpa [white flower with yellow center]

Buddhist tradition divides the period between the death of Buddha and the manifestation of Maitreya in the actual universe into three divisions of time: I Period of 500 years, 'the turning of the Wheel of the first Law'. II Period of 1,000 years, period of deterioration of 'the law of images' [Sadharma pratirupaka]. III Period of 3000 years, 'the turning of the Wheel of the second Law', after which Maitreya will leave the Tushita heaven and come upon earth to 'establish the lost truths in all their purity.'

Maitreya is the only Bodhisattva, who is popular among all the sects Buddhism, i.e., the Hinayana, Mahayana, and the Vajrayana, and often his statues and paintings are found in all Buddhist shrines of northern and southern Buddhist.

Sakya-muni is supposed to have visited Maitreya in the Tushita heaven when he appointed him his successor, and many Buddhist sages [arhats] are believed to have had communion with him, transporting themselves by supernatural means to the Tushita heaven to seek enlightenment on various religious points. The great Asanga, one thousand years after the birth of Buddha Sakya-muni, ascended to the Tushita heaven, where Maitreya, initiated him, into the mystic doctrine of Tantra, which he grafted on to the Mahayana school in the beginning of the sixth century. Certain sects therefore look upon, Maitreya, as the founder of the Tantra school.

Although the cult of Maitreya was evolved before Indian King Asoka's time, his worship was not at its height until the fifth century AD, and there are many statues of him in the famous Gandhara sculptures of that period. He is represented either as Buddha or Boddhisattva. As Buddha he often with long hair drawn up in a knot on his head forming the ushnisha, his hands in dharmacakra mudra [turning the Wheel of the Law]; and as Boddhisattva he may be standing with his long hair hanging over his shoulders and his hands form 'argument' and 'charity' mudra [posture]
Tibetan Schools of Buddhism also worship Maitreya both as Buddha and Boddhisattva. As Buddha, he has short curly hairs, the ushnisha, urna, and long lobed ears. He wears monastic garment with crown and ornaments, and his hands are in dharmacakra mudra both holding lotuses stems with cakra [Wheel] in right and kalasa vase in left. He is seated with legs locked or sometime the legs, instead of locked, are pendent, and the feet may be unsupported.

We may find some minor difference in his iconographic representation among the various sects of Buddhism. The early Mongolian images of Maitreya are also generally standing, and hold in their hands forming 'argument' and 'charity' mudra, the stems of flowers called 'campa', which, however, in the bronzes often resembles the lotus flower.

In the bas-reliefs of the temple of Boro Boedoer, there are many representations of Maitreya, which date from the ninth century. In Java Indonesia, he is also found in statuary form, as for instance in the temple of Tjandi Mendut, where he is figured seated the leg pendent and the hands in the dharmacakra mudra.
In the ancient Gandhara sculptures, Maitreya was represented much larger than his assistants were. According to the Chinese traveler Hsuan Tsang, there is a statue of Maitreya at Dardu, north of the Punjab, in wood, which is one hundred feet high. It is said to have been created by artist whom Lohan Madhyantika caused, by magic, to mount three times to the Tushita heaven to contemplate the form of Maitreya before carving the statue.

The group of five Manushi Buddha, corresponding with Pancha-Dhyani-Buddha and five meditative Bodhisattvas are mentioned as below.
PANCHA BUDDHA

1:KRAKUCHANDRA is a first Manushi Buddha, who is emanated from the first Dhyani Buddha Vairocana.
2: KANAKMUNI is considered as second Manushi Buddha, emanated from second Dhyani Buddha Akshobhya.
3:KASYAPA is considered as the third Manushi Buddha being emanated from third Dhyani Buddha Ratnasambhava.
4:SAKYA-MUNI is a forth Manushi Buddha, who is emanated from fourth Dhyani Buddha Amitabha.
5:MAITREYA is the fifth Manushi Buddha, emanated from fifth Dhyani Buddha Amogasiddhi.

edit @ 13 Oct 2009 19:03:56 by * TIBET ARTS *

Comment

Comment:

Tweet

พระศรีอริยเมตไตรย ประวัติพระศรีอารย์ ตามรอยพระศรีอารย์ พบพระศรีอารย์ ยุคพระศรีอารย์ พระศรีอริยเมตไตรยองค์ใหญ่ maitreya พระโพธิสัตว์ พุทธภูมิ สาวกภูมิ พระธาตุ เจดีย์ พระอรหันต์ในเมืองไทย ชมพูทวีป วิธีฝึกกสิณ วิธีถอดจิต ฝึกตาทิพย์ หูทิพย์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ วิธีฝึกฌาณ อภิญญา อสุภะ โหลดเสียงธรรม เสียงสวดมนต์ สำนักปฏิบัติธรรมทั่วไทย
http://www.phrasiarn.com

#29 By phrasiarn (118.173.37.182) on 2010-12-30 02:26

ประกาศเตือน : 2554

โลกกำลังวุ่นวาย จงอยู่กันอยากสงบ
รักษาศีล 5 ให้มั่น แล้วรอวันฟ้าใส
เราจะพาพวกเจ้าข้ามกาลียุคและมหันตภัย
เข้าสู่อารยะธรรมใหม่ในโลกของ...ศรีอารย์

อันตัวพ่อ ชื่อว่า พระยาตาก
ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา
ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา
แด่พระศาสดา สมณะ พระพุทธโคดม
ให้ยืนยง คงถ้วน ห้าพันปี
สมณะพราหมณ์ ปฏิบัติ ให้พอสม
เจริญสมถะ วิปัสนา พ่อชื่นชม
ถวายบังคม รอยพระบาท พระศาสดา
คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า
ชาติของเรา คงอยู่ คู่พระศาสนา
พุทธศาสนา อยู่ยง คู่องค์กษัตรา
พระศาสดา ฝากไว้ ให้คู่กัน.

มหาสมุทรกั้นแผ่นดินสองฝั่งไว้
คลื่นลมเซาะแผ่นดินให้แผ่นน้ำกว้างใหญ่เพียงได
สัจธรรมที่แผ่ไปไกลของ....บัณฑิต
ห่างจากคนพาล...ไกลกันเกินกว่านั้น

การทำชั่วนั้นมันเป็น...ทุกข์
หากเราไม่ทำความชั่วก็ไม่เป็น...ทุกข์
เขาเรียกกันว่า...การละทุกข์
การทำทานคือการเสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว
เพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น
เขาเรียกกันว่า...การละสุข
ถ้าละสองสิ่งนี้ได้จะพบ... ความสุขอันเป็นนิรันด์

“ทำความดีอย่ายึดติดผลของความดี ภูมิที่ดีก็ไม่มี
ให้ไปเกิด (หมายถึง ชั้นเทวดาและชั้นพรหม)
ไม่ทำความชั่วก็ไม่ตกลงสู่...อบายภูมิ
หนทางนี้แล จะนำพาพวกท่าน..ดับขันธ์นิพพาน”

*คิดดี พูดดี ทำดี = ฐานที่ตัว
*มองโลกในแง่ดี = ฐานที่ใจ
*ถ้าทำเช่นนี้ได้ รับรอง...ทุกข์ไม่มี

การกลับมาของข้า.เอหิภิกขุอุปสัมปทา
พุทธะ....เรียกข้าว่า........อริยะเมตไตย
( นารายณ์......ผู้รักษา )

ติดต่อขอรับหนังสือ พุทธศาสนา ( ยุคพระศรีอริยะเมตไตย )
เพื่อใช้เป็นหลักปฎิบัติธรรม ตั่งแต่ ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ได้ที่...
โทร 089 – 076 – 2433 เวลา 12.00 – 22.00 ทุกวัน

“อยากเจอเรา จงอย่าตามหาเรา
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่าเห็นเรา”
ศรีอารย์

#28 By ศรีอารย์ (115.67.50.118) on 2010-11-05 10:13

ประกาศเตือน : 2553
โลกกำลังวุ่นว่าย จงอยู่กันอย่างสงบ
รักษาศีล 5 ให้มั่น แล้วรอวันฟ้าใส
เราจะพาพวกเจ้าข้ามกาลียุคและมหันตภัย
เข้าสู่อารยธรรมใหม่ในโลกของศรีอารย์

โอวาทปาฎิโมกข์
การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การเป็นคนดี มีศีลธรรม
การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การเป็นตัวอย่างที่ดี และสอนคนเป็นคนดี
การชำระจิตชองตนให้ขาวรอบ คือ การมองโลกในแง่ดี
ธรรม 3 อย่างนี้คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
“เพราะฉะนั้น จงคิดดี พูดดี ทำดี มองโลกในแง่ดี
และที่สำคัญ ทำแต่พอดี นี่แหล่ะ มรรคมีองค์ 8 หรือ ทางสายกลาง

“ทำความดีอย่ายึดติดผลของความดี
ภูมิที่ดีก็ไม่มีให้ไปเกิด (หมายถึง ชั้นเทวดาและชั้นพรหม)
ไม่ทำความชั่วก็ไม่ตกลงสู่อบายภูมิ
หนทางนี้แล ดับขันธ์นิพพาน”

“ไม่ว่าจะแต่งกายแบบใดเป็นผู้มีความสำรวม กาย วาจา ใจ
ซื่อสัตย์ ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายใคร
รักษาสัจจะ ผู้นั่นเป็น ภิกษุ เป็น สมณะ”


แด่ผู้ไม่รู้ทั้งหลาย เกิด แก่ เจ็บ ตาย จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา
ความโศกเศร้าเป็นโมฆะ เพราะธรรมมะสอนคนได้
ความร่ำไรจางหาย เพราะได้สวดมนต์คู่ลูกชาย
ความไม่สบายใจสูญหาย เพราะลูกได้ผ้าเหลืองห่มกาย
ความไม่สบายใจสละสิ้น เพราะมีลูกเป็นครูสอนศาสนา
ทุกข์เบื้องนี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะได้ชุบเลี้ยงสาวกของศาสดา
ทุกข์เบื้องหน้าไม่รอ เพราะมีพระอรหันต์เดินนำหน้า
ธรรม...จะนำพา พ่อแม่เจ้าเข้านิพพาน
“ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้พ่อแม่หมดทุกข์ได้แล้ว เท่ากับการที่ท่านได้เลี้ยงลูกคนหนึ่งให้เป็นคนดีและไม่มีอะไรที่ดีกว่า เท่ากับ การที่ลูกเป็นคนดีและสอนคนอื่นให้เป็นคนดีตามไปด้วย”

“รู้จักที่จะมองโลกในแง่ดี และมีไมตรีต่อผู้อื่น”
“ต่ออายุให้โลกใหม่ ด้วยการใส่ใจสิ่งแวดล้อม”
ธรรมะรักษาทุกท่านทุกคนเทอญ
การกลับมาของข้า....เอหิภิกขุอุปสัมปทา
พุทธะ...เรียกข้าว่า....อริยะ..เมตไตย
( นารายณ์... ผู้รักษา)

#27 By ศรีอารย์ (202.28.52.221) on 2010-03-12 15:00

ที่กล่าวอ้างกันมาล้วนแล้วแต่เป็นการเข้าใจผิดกันทั้งนั้น พวกเกจิที่เอ่ยชื่อมา ล้วนแล้วแต่เป็นแค่ระดับเทวะเท่านั้น

มหาเทพศิวะ ผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ คือผู้ที่จะกำหนดว่าใครจะเป็นพระศรีอริยะเมตตไต มาบรรเทาป้ญหาต่างๆในโลก อีกแค่สามปีก้อจะได้รู้ เวลาจะพิสูจน์ทุกสิ่ง

#26 By demigod (110.164.245.238) on 2009-12-27 17:35

โอม มณี ปัทเม ฮุม อัปปิกุ
Om mani padme hum appiku

ผมได้จากนิมิตฝัน

#25 By ท้าว พรทิพย์ (61.19.66.151) on 2009-10-21 16:40

ctwbmcbo jsmblvop eapowkat

#24 By xJebiKJgD (94.102.49.213) on 2009-08-15 01:22

sctqczuq ecfcthcl sxtxseuo

#23 By SsWGzmBYUVSbmOeMCL (94.102.49.213) on 2009-08-14 23:58

ulvroqmr wvibtzwu rovvgmnp

#22 By GnQrqUSaBa (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:30

cwsdqnoo putmpcth rtrgtngs

#21 By kfZjaHGQSUXgRv (94.102.49.213) on 2009-08-14 21:05

clphbgpc gnkqfwnu xndkrhxu

#20 By sHgbRcAplTibDL (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:36

aojnrzwp uotybrhu ibkmxicp

#19 By QPtqfIXWhXWEp (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:11

aucbegtn zfxskcgx spyldcwx

#18 By CWtZqoIzOV (94.102.49.213) on 2009-08-14 16:47

fiejhaae mklntsmv iwjadmor

#17 By dJilYQzUZgP (94.102.49.213) on 2009-08-14 15:23

gkmapncx yvyzkjwd ysqwzuab

#16 By iNyKmQbzoOFEhYBLkXN (94.102.49.213) on 2009-08-14 13:59

soyrmopl gikmjeph ekidgkca

#15 By EXXquZiTNva (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:05

jrwvgkuy necqhbly jnqpgcdt

#14 By MdJFsTVOk (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:41

uunlugzt tvkupqya szwwulny

#13 By yBqVRzqIuI (89.248.172.50) on 2009-08-09 21:16

hfnmjwtz fewxvrho uvdqkthx

#12 By MwUEffBEVZeYEQiA (89.248.172.50) on 2009-08-09 19:50

styrskoq sbzdvesz nmggamea

#11 By oWLxxcRCpYIyBCw (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:44

hmeecouh caekeezk jgurysru

#10 By wkulUaqVvaQF (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:23

nwurfvsy zofeozms muubsjht

#9 By DkolAWaHTBenfMD (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:03

zfnxakco tqbnorey foejmfrv

#8 By fscuSZOLEfYbpTGZ (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:13

lipalszs txlgwqnn rkfkgoft

#7 By CSQmQSlqHVZdjuzBM (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:21

vfmmeogm fhclqiph sxhsukkm

#6 By bCFLQvzmMGJ (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:30

zcuuazxb mxdtpgvk xwxrbdos

#5 By wTunzvehVfSVpyhv (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:47

olwbdevx zvxburpx fuueaasx

#4 By udUplBMteXUozPj (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:57

goldqlji nekoqwfx optzbvjf

#3 By JEkJHAsUQNcL (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:05

rcrjnkmk dyhlyjkk wuggjvck

#2 By JflcRoDGCtPrwuD (94.102.49.213) on 2009-07-25 16:41

UMaOUr bhbyhdjz fftcakwb pkaetozz

#1 By RsylYbJqNRcqJPYv (89.248.172.50) on 2009-07-21 01:48